ได้มีการคุมทีมอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับจูเลน โลเปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปน ที่หันมารับงานคุมทีมเรอัล มาดริดเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จนทำให้เกิดความวุ่นวายกันยกใหญ่ในแคมป์ทีมชาติสเปน ก่อนศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซียจะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่วันเท่านั้น และคงบอกได้เลยว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทีมชาติสเปนไม่ประบสบความสำเร็จในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา เนื่องจากทีมที่ทำศึกครั้งนั้นเขาเป็นคนเลือกมากับมือ แล้วก็เตรียมทีมร่วมกันมานานแล้ว ซึ่งการให้เฟร์นานโด เอียร์โร่มาคุมทีมในตอนนั้นทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้มาก และผลก็เป็นอย่างที่เห็น

โดยนัดแรกในการคุมทีมของกุนซือวัย 51 ปีให้กับเรอัล มาดริดคือการที่ต้องเล่นพรีซีซั่นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เก็บตัวมานานกว่าพวกเขาพอสมควร ซึ่งโลเปเตกีก็จัดทัพที่พร้อมที่สุดลงสนามในนัดนั้น โดยใช้ระบบ 4-2-3-1 แผนประจำของเขาซึ่งคาดว่าจะนำมาใช้เป็นระบบหลักของเรอัล มาดริดในฤดูกาลนี้ด้วย โดยกองหน้าตัวเป้าเป็นคาริม เบนเซ่ม่า ตัวรุกเป็นวินิซิอุส จูเนี่ยร์ ดานี่ เซบาญอส และแกเร็ธ เบล แต่เนื่องจากความฟิตที่ยังสู้ไม่ได้ ทำให้พวกเขาต้องแพ้ไป 1-2 แต่รูปทรงของเกมถือว่าทำได้ดีทีเดียว และทำให้โลเปเตกีต้องรอชัยชนะนัดแรกของเขาออกไปก่อน

แต่ในเกมอุ่นเรื่องล่าสุดจูเลน โลเปเตกีก็สามารถเก็บชัยชนะนัดแรกในการคุมทีม “ราชันย์ชุดขาว” ได้สำเร็จ เมื่อเอาชนะยูเวนตุสไปได้ 3-1 ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นการปลดล็อคชัยชนะนัดแรกได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเกมนี้เล่นกันได้อย่างสนุก และพวกเขาถูกยูเวนตุสออกนำไปก่อนด้วย จากการทำเข้าประตูตัวเองของดานี่ กาบาร์ฆาล แบ็คขวาทีมชาติสเปน แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็เล่นได้ดีขึ้นโดยเฉพาะจังหวะสวนกลับที่มีวินิซิอุน จูเนี่ยร์ กับมาร์โก อเซนซิโก้ เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันในการโต้กลับ และมารัวทำได้ถึง 3 ประตูจากมาร์โก อเซนซิโอ 2 ประตู และแกเร็ธ เบลอีก 1 ประตู ซึ่งอันที่จริงพวกเขามีโอกาสจะทำประตูได้มากกว่านี้อีกหลายครั้งด้วยกัน แต่ก็จังหวะยังไม่ลงล็อคเท่าไหร่ ซึ่งจบเกมพวกเขามีสถติครองบอลถึง 64% เลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเยอะมากกับการเจอกับทีมชั้นนำอย่างยูเวนตุสที่ก็จัดตัวผู้เล่นชุดใหญ่เลยทีเดียวในการลงสนามนัดนี้