คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศส ถูกมองว่ากำลังจะกลายมาเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกคนต่อไป ซึ่งจะถือว่าเป็นเจเนเรชั่นที่ 3 หลังจากศตวรรษที่ 2000 โดยมีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับลิโอเนล เมสซี่ เป็นผู้นำในยุคแรก ยุคต่อมาที่เหมือนยังมาไม่สุดคือเนย์มาร์ และฟิลิเป้ คูตินโญ่ ที่ยังก้าวข้าม 2 ดาวเตะข้างต้นได้เลย ส่วนยุคที่ 3 มีดาวเตะจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงนี่แหละที่โดดเด่นลอยมาแต่ไกล จนถูกยกย่องว่าจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกในเร็ววันนี้ หากหมดยุคของ 2 เจ้าของบัลลง ดอร์ในช่วง 10 ปีหลังสุด

เอ็มบัปเป้ในวัย 19 ปี ที่ใครๆ ต่างก็ทราบดีว่าเขามีคริสเตียโน่ โรนัลโด้เป็นไอดอลของเขามาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เขาเป็นนักเตะเยาวชนของโมนาโก และเคยมีรูปถ่ายในห้องนอนของเขาที่มีรูปของ CR7 ติดอยู่เต็มผนังห้อง ด้วยอิริยาบททุกท่วงท่าในสนาม ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนมีแนวโน้มที่จะไล่ไอดอลของเขาทันด้วย โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาถูกปารีส แซงต์ แชร์กแมงคว้าตัวไปร่วมทีม แต่ด้วยปัญหาด้านกฏไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ ทำให้ต้องเป็นการยืมตัวไปก่อน โดยได้สวมหมายเลข 29 ที่ว่างอยู่ และต่อมาหลังช่วยทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ ทางทีมดังจากเมืองหลวงของฝรั่งเศสก็ได้ซื้อขาดมาจากโมนาโก ด้วยค่าตัวสูงถึง 121.5 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่แพงกว่า 10 เท่าสมัยที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ย้ายทีมครั้งแรกจากสปอร์ติ้ง ลิสบอนมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และล่าสุดเมื่อลูคัส มูร่า ถูกขายไปให้กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้หมายเลข 7 ในถิ่นปาร์ค เดอ แปรงค์ว่างลง ทำให้เอ็มบัปเป้เปลี่ยนเบอร์เสื้อจากหมายเลข 29 มาใช้หมายเลข 7 แทนในฤดูกาลที่จะถึงนี้ ตามรอยเหมือนคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ขวัญใจของเขาในวัยเยาว์

ในวัยเดียวกันถือว่าคิลิยัน เอ็มบัปเป้ เหนือกว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ด้วยซ้ำ เพราะกว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้จะกลายมาเป็นเครื่องจักรถล่มประตู ก็คือช่วง 2 ฤดูกาลสุดท้ายก่อนออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปอยู่กับเรอัล มาดริดในวัย 24 ปี ซึ่งหากเอ็มบัปเป้ยังพัฒนาฝีเท้าได้อย่างต่อเนื่อง เขามีโอกาสที่จะทำประตูได้มากกว่าทั้งคริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือลิโอเนล เมสซี่ด้วยซ้ำ แต่อาจจะต้องย้ายไปอยู่ในลีกที่มีคนยอมรับว่าแข็งแกร่งมากกว่าลีก เอิง อย่างลา ลีก้า สเปน หรือพรีเมียร์ลีก ที่ได้รับการยอมรับว่าหินที่สุดในโลก และแฟนเรอัล มาดริดก็หวังว่าจะตามรอยมาสวมเสื้อ “ราชันย์ชุดขาว” ด้วยเช่นกัน

    การคว้าตัวอังเดรย์ ลูนิน นายทวารดาวรุ่งชาวยูเครนวัย 19 ปีมาจากซอร์ย่า ลูฮานคส์ ทีมในประเทศยูเครนมาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ ทำให้มีคำถามเกิดขึ้นมาว่าเรอัล มาดริด ยังต้องการจะคว้าตัวผู้รักษาประตูมาเสริมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้อีกหรือไม่ เพราะพวกเขายังมีเคย์ลอร์ นาบาส จอมหนึบทีมชาติคอสตาริก้าอยู่ในทีมทั้งคน แต่ด้วยข่าวลือที่เหมือนพวกเขาต้องการตัวธีบอต์ กูร์ตัวส์ นายประตูทีมชาติเบลเยี่ยมจากเชลซีในช่วงซัมเมอร์นี้ที่มาแรงแซงทางโค้ง และมีโอกาสค่อนข้างมากที่จะได้ตัวมาร่วมทีม เนื่องจากด้วยนายประตูวัย 27 ปีต้องการย้ายมาอยู่กับลูกในกรุงมาดริดด้วย ทำให้เขาตกเป็นข่าวว่าต้องการย้ายกลับมาอยู่ที่สเปนนานแล้ว ทำให้ถูกเชื่อมโยงกับเรอัล มาดริดในซัมเมอร์นี้ ซึ่งอันที่จริงเรอัล มาดริดยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคว้านายประตูคนใหม่เข้ามาเพิ่มเสียด้วยซ้ำ ในเมื่อพวกเขาได้ประตูดาวรุ่งที่พร้อมจะมาเป็นตัวสำรองของเคย์ลอร์ นาบาส ที่โชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดอยู่แล้ว และน่าจะเอาเงินไปซื้อนักเตะในตำแหน่งอื่นมาร่วมทีมมากกว่า ทำให้มีความสงสัยว่าทีม “ราชันย์ชุดขาว” จะเอานายประตูมือ 1 ของเชลซีและทีมชาติเบลเยี่ยมมายังถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวจริงหรือ?

หากเป็นยุคประมาณ 10 ปีก่อน มีความเป็นไปได้สูงมากที่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริดจะไปสอยมาร่วมทีมอย่างแน่นอนในยุคของกาลาคติกอส แต่ด้วยแนวทางที่เปลี่ยนไป ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเริ่มเน้นในเรื่องของการทำธุรกิจมากขึ้น โดยเน้นที่จะซื้อของถูกมากกว่า และพร้อมขายนักเตะหากได้ราคาที่สมน้ำสมเนื้อ หากว่านักเตะคนนั้นไม่ได้เป็นกำลังสำคัญของทีมแล้ว หรือมีนักเตะคนอื่นที่สามารถขึ้นมาทดแทนได้ โดยไม่ได้คำนึงถึงความเป็นซุเปอร์สตาร์เหมือนอย่างในอดีต ซึ่งด้วยความเหนียวและอายุของเคย์ลอร์ นาบาสในวัย 31 ปียังสามารถเล่นได้ในฟอร์มที่สุดยอดในตำแหน่งผู้รักษาประตูได้อย่างน้อยอีก 3-4 ปี ทำให้ยังไม่ต้องจำเป็นที่จะรีบซื้อนายประตูรายใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยซ้ำ

สิ่งที่นักธุรกิจอย่างฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริดน่าจะทำในช่วงนี้น่าจะเป็นการหาทางผ่องถ่ายนักเตะที่ไม่ค่อยได้ใช้งานแล้วออกจากทีมมากกว่า เพราะแนวโน้มตลาดนักเตะตอนนี้ เป็นช่วงที่ขายแล้วได้กำไรดีมาก หากมองในแง่ของนักธุรกิจ เพราะตอนนี้ตลาดนักเตะในวงการฟุตบอลโดยเฉพาะโซนยุโรป ถือว่าอยู่ในช่วงเงินเฟ้อเลยทีเดียว