ถึงแม้ว่าแฟนฟุตบอลของเรอัล มาดริดที่สเปนจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับการสูญเสียคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะชื่อก้องโลกออกจากทีมไปในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรตัดสินใจขายไปให้กับเรอัล มาดริดด้วยค่าตัวถึง 120 ล้านยูโร รวมถึงบรรยากาศภายในทีมเรอัล มาดริด และการเล่นในสนามที่ก็เหมือนนักเตะแต่ละคนในแนวรุกจะมีอิสระในการเข้าทำมากขึ้นในยุคที่ไม่มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และมีการเปลี่ยนกุนซือจากซีเนอดีน ซีดานมาเป็นจูเลน โลเปเตกี อดีตกุนซือเอฟซี ปอร์โต้ และทีมชาติสเปน ที่ให้อิสระกับนักเตะในแนวรุกอย่างเต็มที่ และดูเหมือนว่าภาระในการทำประตูจะไม่ได้ไปตกอยู่กับใครคนใดคนหนึ่งเหมือนอย่างในยุคที่มีโรนัลโด้นำทัพ ซึ่งทำให้นักเตะแต่ละคนมีบทบาทกับเกมมากขึ้น และก็มีค่าเฉลี่ยในการทำประตูที่ไล่เลี่ยกันด้วย ซึ่งมันทำให้นักเตะที่อยู่ในทีมตอนนี้ดูแฮปปี้กับการเล่นให้ทีม “ราชันย์ชุดขาว” เป็นอย่างมาก

แต่สิ่งหนึ่งที่การขาดหายไปของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ 5 สมัย แล้วส่งผลกระทบโดยตรงต่อเรอัล มาดริดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือการที่พวกเขาต้องการนักเตะที่สามารถตัดสินเกมได้ในยามที่รูปเกมมีความสูสี ยามคับขัน หรือว่าในช่วงที่กำลังจะเพรี่ยงพร้ำก็ตาม ซึ่งดาวเตะกัปตันทีมชาติโปรตุเกสวัย 33 ปี มีสิ่งหนึ่งที่นักเตะเรอัล มาดริดในชุดนี้ไม่มี ก็คือความเป็นเพชรฆาต หรือว่า Match winner นั่นเอง ที่มีนักฟุตบอลน้อยคนนักที่จะมีคุณสมบัตินี้อยู่กับตัว ซึ่งเราได้เห็นความแตกต่างมาแล้วในฤดูกาลก่อนๆ อย่างในรอบรองชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่เรอัล มาดริดพบกับบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งรูปเกมโดยรวมทีม “เสือใต้” ทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องมาพ่ายให้กับความเฉียบขาดของคริสเตียโน่ โรนัลโด้นั่นเอง

แฟนบอลบางคนอาจจะมองข้ามไป ซึ่งมันจะไม่เห็นผลอย่างชัดเจน หากว่าเป็นเกมที่เรอัล มาดริดเจอกับคู่แข่งที่ธรรมดา และสามารถทำประตูนำออกไปก่อนแล้ว แต่จะเห็นได้อย่างชัดเจนทันทีในนัดที่คู่ต่อสู้ทำได้ดี และรูปเกมสูสีใกล้เคียงกัน ซึ่งฤดูกาลนี้พวกเขาก็พลาดมาแล้ว ในนัดที่บุกไปเสมอกับแอตเลติก บิลเบาที่ซาน มาเมส 1-1 ซึ่งนัดนั้นเรอัล มาดริดเล่นได้ไม่ดีนัก แต่นักเตะอย่างคาริม เบนเซม่า หรือแม้แต่แกเร็ธ เบล ก็ไม่สามารถฉายแสงในเกมแบบนั้นได้ แต่หากมีโรนัลโด้อยู่ พวกเขาอาจจะชนะไปแล้วก็ได้

 

Comments are closed.

Post Navigation